ข่าวประชาสัมพันธ์
9 มิถุนายน 2569
Apple เปิดตัว Siri AI ผู้ช่วยที่ทรงพลังและเป็นส่วนตัวยิ่งกว่าเดิม
คูเปอร์ติโน, แคลิฟอร์เนีย วันนี้ Apple ได้เปิดตัว Siri AI ซึ่งเป็น Siri เวอร์ชั่นใหม่หมดที่ขับเคลื่อนด้วย Apple Intelligence โดย Siri AI คือผู้ช่วยที่เก่งยิ่งขึ้นกว่าเดิมและสนทนาได้ลื่นไหลยิ่งขึ้นด้วยความเข้าใจในบริบทเฉพาะตัวของคุณ รวมถึงมีความรู้รอบตัวที่กว้างขวาง แถมยังรับรู้สิ่งที่อยู่บนหน้าจอได้ด้วย ทำให้สามารถช่วยให้ผู้ใช้ค้นหาสิ่งที่ต้องการได้ทุกเรื่อง ตั้งแต่ข้อมูลจากเว็บ ไปจนถึงเรื่องส่วนตัวอย่างข้อความ อีเมล รูปภาพ และอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ Siri AI ยังมีแอปเฉพาะตัวให้ผู้ใช้ย้อนดูการสนทนาบนผลิตภัณฑ์ของพวกเขา ระบบอัจฉริยะด้านภาพที่ครอบคลุมมากขึ้น และเครื่องมือสำหรับการเขียนที่ถูกผสานเข้าไปในระบบ การออกแบบสถาปัตยกรรมสุดล้ำแบบใหม่หมดเพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้โดยเฉพาะทำให้ Siri AI ดึงประโยชน์จาก Apple Intelligence เจเนอเรชั่นถัดไปมาใช้เพื่อยกระดับความเข้าใจและการใช้เหตุผลขั้นสูง พร้อมมอบคุณสมบัติที่ทรงพลังซึ่งครอบคลุมการทำงานในทุกระบบปฏิบัติการของ Apple คุณสมบัติเหล่านี้พร้อมให้ผู้พัฒนาทดสอบได้ตั้งแต่วันนี้ และจะพร้อมใช้งานในรุ่นเบต้าสําหรับผู้ใช้ในปลายปีนี้
"เราตื่นเต้นอย่างยิ่งที่จะได้แนะนำ Siri AI ผู้ช่วยที่มากความสามารถยิ่งขึ้นและพูดคุยได้ลื่นไหลยิ่งกว่าเดิม ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ใช้หาข้อมูลและทำสิ่งต่างๆ ในชีวิตประจำวันให้เสร็จเรียบร้อย" Craig Federighi รองประธานอาวุโสฝ่าย Software Engineering ของ Apple กล่าว "การเข้าถึงคลังความรู้รอบตัวอันกว้างขวางเพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุดในแทบทุกหัวข้อ ไปจนถึงความสามารถในการรับรู้สิ่งที่อยู่บนหน้าจอและเข้าใจบริบทเฉพาะตัวทำให้ Siri AI ช่วยให้ผู้ใช้ดำเนินการในแอปต่างๆ ได้เป็นธรรมชาติยิ่งกว่าที่เคย"
Siri แบบใหม่หมดที่ผสานรวมในระบบอย่างลึกซึ้ง
Siri AI ยังขับเคลื่อนด้วย Apple Intelligence เจเนอเรชั่นถัดไปซึ่งเป็น Siri เวอร์ชั่นที่ได้รับการพลิกโฉมใหม่ให้มีประโยชน์ ทรงพลัง และอัจฉริยะยิ่งขึ้นกว่าเดิม ส่วนการตอบกลับอย่างละเอียดและน่าสนใจพร้อมการสนทนาอย่างเป็นธรรมชาติก็ทำให้ Siri AI เป็นผู้ช่วยสารพัดประโยชน์ที่ช่วยผู้ใช้ทำทุกอย่างได้มากกว่าที่เคย
Siri เวอร์ชั่นใหม่นี้สร้างขึ้นบน Apple Intelligence ซึ่งทำให้ Siri เข้าใจบริบทเฉพาะตัวและช่วยให้ผู้ใช้ค้นหาสิ่งที่ต้องการในขณะนั้นได้ ไม่ว่าจะในข้อความ อีเมล รูปภาพ และอื่นๆ ตัวอย่างเช่น ผู้ใช้สามารถขอให้ Siri ค้นหาคำแนะนำร้านอาหารที่เพื่อนส่งข้อความถึงพวกเขา แสดงหมายเลขยืนยันโรงแรมจากอีเมลเก่า หรือเรียกดูรูปภาพกับเพื่อนและครอบครัวจากการเดินทางล่าสุดได้ และความเข้าใจในบริบทเฉพาะตัวจะครอบคลุมแอปของบุคคลที่สาม เมื่อนักพัฒนาผสานรวมกับ Spotlight
Siri AI จะทำความเข้าใจบริบทเฉพาะตัวเพื่อช่วยผู้ใช้ค้นหาสิ่งที่พวกเขาต้องการในแอปต่างๆ เช่น รูปภาพ ข้อความ และอื่นๆ
การสั่งการข้ามแอปที่ครอบคลุมทุกส่วนของระบบมากยิ่งขึ้นทำให้ Siri AI ช่วยผู้ใช้จัดการสิ่งต่างๆ ในแอปอื่นๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นการเริ่มร่างอีเมลใหม่ตั้งแต่ต้น หรือปรับแต่งและแชร์ชุดรูปภาพ ความสามารถในการรับรู้สิ่งที่อยู่บนหน้าจอยังช่วยให้ Siri AI ตอบคําถามเกี่ยวกับคอนเทนต์บนหน้าจอของผู้ใช้ได้ ตัวอย่างเช่น หากผู้ใช้ได้รับข้อความเกี่ยวกับงานปาร์ตี้แชร์อาหารกับเพื่อนๆ ผู้ใช้ก็สามารถช่วยกันระดมสมองกับ Siri ว่าอยากนำอาหารอะไรมา แล้วเพิ่มสูตรอาหารลงในแอปโน้ตได้
นอกจากนี้ Siri AI ยังสามารถเข้าถึงคลังความรู้รอบตัวอันกว้างขวางเพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุดจากบนเว็บได้ในแทบทุกหัวข้อ พร้อมสรุปเป็นคำตอบที่ช่วยคุณได้ทันที เช่น วันเวลาและสถานที่ในการรับชมสุริยุปราคาครั้งต่อไป หรือช่วงเวลาที่ศิลปินจะมาจัดคอนเสิร์ตในเมือง ผู้ใช้สามารถต่อยอดแทบทุกคำตอบจาก Siri ให้กลายเป็นบทสนทนาที่เจาะลึกและถามคำถามเพิ่มเติมได้
ผู้ใช้สามารถใช้ประโยชน์จาก Siri เวอร์ชั่นใหม่ได้จากทุกที่ในระบบ นอกจากพูดว่า "หวัดดี Siri" แล้ว ผู้ใช้ iPhone ยังสามารถเรียก Siri ได้ด้วยปุ่มด้านข้าง หรือปัดลงจาก Dynamic Island เพื่อเริ่มการสนทนาและรับคําตอบเชิงลึก Siri AI จะผสานรวมกับ Spotlight บน iPad และ Mac เพื่อให้ผู้ใช้ค้นหาคําตอบได้เกือบทุกอย่าง นอกจากนี้ Siri AI ยังผสานรวมอยู่ในเมนูบริบททั่วทั้งระบบ ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้กด Control แล้วคลิก เพื่อสอบถามเกี่ยวกับรูปภาพ ไฟล์ หรือข้อความบนหน้าจอได้ ขณะที่ Siri AI บน Apple Vision Pro1 จะใช้ประโยชน์จากการประมวลผลเชิงมิติพื้นที่ด้วยการสร้างภาพ 3 มิติที่ผู้ใช้สามารถนำไปวางตรงไหนก็ได้ เพื่อให้เรียกใช้ Siri ได้ทุกเมื่อ แค่มองไปตรงนั้นและเริ่มพูด
ผู้ใช้ยังสามารถใช้ Siri AI บนผลิตภัณฑ์ต่างๆ ระหว่างเดินทาง ไม่ว่าจะเป็น iPhone, Apple Watch, CarPlay และ AirPods ผู้ใช้ Apple Watch สามารถเริ่มการสนทนากับ Siri ได้จากข้อมืออย่างสะดวก ส่วนคำแนะนำวิดเจ็ตซ้อนอัจฉริยะใหม่ก็จะปรากฏขึ้นโดยอัตโนมัติเพื่อช่วยให้ผู้ใช้สนทนากับ Siri ได้อย่างต่อเนื่อง
สร้างขึ้นใหม่หมดตั้งแต่ต้นด้วยสถาปัตยกรรมใหม่อันทรงพลัง
Siri ได้รับการสร้างขึ้นใหม่หมดตั้งแต่ต้นโดยมี AI อันทรงพลังเป็นหัวใจสำคัญ ผู้ช่วยใหม่นี้ใช้ประโยชน์จากสถาปัตยกรรมใหม่สุดล้ำสำหรับ Apple Intelligence อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งรวมถึง Apple Foundation Models เจเนอเรชั่นถัดไปที่ทำงานทั้งบนอุปกรณ์และบนเซิร์ฟเวอร์ผ่าน Private Cloud Compute เมื่อ Private Cloud Compute จัดการกับคำขอของผู้ใช้ ระบบจะไม่มีการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของพวกเขา และไม่มีการเปิดให้ Apple หรือบุคคลอื่นใดเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวได้ และผู้เชี่ยวชาญภายนอกสามารถตรวจสอบคำมั่นสัญญาเรื่องความเป็นส่วนตัวนี้ได้ตลอดเวลา นอกจากนี้ Siri AI ยังใช้ตัวจัดการระบบเพื่อใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีหลัก เช่น Spotlight Index และ App Toolbox ซึ่งทํางานบนอุปกรณ์ทั้งหมดเพื่อให้ผู้ใช้ควบคุมข้อมูลของตนได้
Siri ยังคงเป็นผู้ช่วยดิจิทัลที่เป็นส่วนตัวมากที่สุดในโลกด้วยคุณสมบัติใหม่อันทรงพลังและการปกป้องความเป็นส่วนตัวที่ไม่มีใครเทียบได้
โมเดลอันทรงพลังบนอุปกรณ์มาพร้อมกับความสามารถใหม่ๆ
บนผลิตภัณฑ์ที่รองรับโมเดลบนอุปกรณ์ที่ล้ำหน้าที่สุด Siri AI จะมาพร้อมตัวเลือกโทนเสียงที่ถ่ายทอดอารมณ์ได้มากขึ้น พร้อมเพิ่มความแม่นยำแบบก้าวกระโดดให้คุณสมบัติการป้อนตามคำบอกที่ครอบคลุมทั่วทั้งระบบปฏิบัติการ3 ผู้ใช้สามารถปรับแต่งการถ่ายทอดอารมณ์และจังหวะของเสียง Siri ให้เหมาะสมพวกเขาได้ และตอนนี้คุณสมบัติป้อนตามคำบอกก็จะถ่ายทอดสิ่งที่ผู้ใช้พูดออกมาให้เป็นข้อความที่ครบถ้วนได้ใจความอย่างแม่นยำยิ่งขึ้น พร้อมจัดการกับตัวพิมพ์ใหญ่ เครื่องหมายวรรคตอน และการจัดรูปแบบข้อความขณะที่พวกเขาพูดโดยอัตโนมัติ Siri ยังเข้าใจภาษาพูดได้ดียิ่งขึ้น ผู้ใช้จึงสามารถพูดได้อย่างเป็นธรรมชาติและมั่นใจได้ว่าคำพูดของพวกเขาจะออกมาชัดเจนและแม่นยำอย่างที่ตั้งใจไว้
ผู้ใช้สามารถปรับแต่งการถ่ายทอดอารมณ์และจังหวะของเสียง Siri ให้เหมาะสมพวกเขาได้
แอปเฉพาะสำหรับ Siri เพื่อการทบทวนบทสนทนา
ผู้ใช้สามารถเปิดแอป Siri แบบใหม่หมดได้เมื่อต้องการย้อนดูบทสนทนาในอดีตหรือเริ่มการสนทนาใหม่ โดยแอป Siri จะใช้ iCloud เพื่อซิงค์ประวัติการสนทนาแบบส่วนตัวในผลิตภัณฑ์ของผู้ใช้ เพื่อให้พวกเขาเริ่มพูดคุยกับ Siri บน Mac และสนทนาต่อบน iPhone, iPad, Apple Watch หรือ Apple Vision Pro1 ทำให้ทุกการสนทนาถูกรวบรวมไว้ในที่เดียว
Siri พร้อมระบบอัจฉริยะด้านภาพใช้งานได้แล้ววันนี้ทั้งบน iPad, Mac และ Apple Vision Pro1
วันนี้ Siri มีความสามารถในการเข้าใจภาพได้อย่างยอดเยี่ยมและสามารถทำงานได้หลายรูปแบบ ผู้ใช้จึงถามคําถามเกี่ยวกับเนื้อหาบนภาพได้
ความสามารถในการทำงานได้หลายรูปแบบของ Siri บน iPhone จะรวมเข้ากับแอปกล้องโดยตรงด้วยโหมด Siri แบบใหม่ ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้รับข้อมูลและดำเนินการกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าพวกเขาได้ ผู้ใช้สามารถแตะปุ่มชัตเตอร์เพื่อให้ Siri เห็นสิ่งเดียวกันและรับการตอบสนองที่เป็นประโยชน์ โหมด Siri ในแอปกล้องยังมาพร้อมชุดการดำเนินการใหม่ๆ หลากหลายแบบ ซึ่งรวมถึงความสามารถในการรับข้อมูลโภชนาการเชิงลึกเกี่ยวกับจานอาหารและอื่นๆ อีกมากมาย2
นับเป็นครั้งแรกที่ระบบอัจฉริยะด้านภาพพร้อม Siri มาอยู่บน iPad และ Mac ผู้ใช้จึงสามารถค้นหาด้วยภาพ ถามคําถาม และทำสิ่งต่างๆ บนหน้าจอได้อย่างราบรื่น ระบบอัจฉริยะด้านภาพบน iPad จะผสานรวมเข้ากับประสบการณ์การถ่ายภาพหน้าจอโดยตรง ผู้ใช้ Mac สามารถเริ่มใช้คุณสมบัตินี้ด้วยปุ่มลัดแป้นพิมพ์แบบเฉพาะ ซึ่งช่วยให้พวกเขาเลือกบางอย่างบนหน้าจอ Mac และพิมพ์หา Siri โดยตรงเพื่อรับคําตอบที่เป็นประโยชน์
ระบบอัจฉริยะด้านภาพยังขยายขีดความสามารถมาสู่ Apple Vision Pro1 ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้ถามคำถามกับ Siri ได้ง่ายๆ เพียงแค่มองไปยังจุดนั้น ไม่ว่าจะถามเกี่ยวกับคอนเทนต์ภายในหน้าต่างแอป ไปจนถึงสิ่งของรอบตัว
วิธีที่ชาญฉลาดยิ่งกว่าในการเขียนและแก้ไขแบบเสมือนจริงด้วย Siri AI
วันนี้ Siri มาพร้อมเครื่องมือการเขียนในตัวที่ทรงพลังยิ่งกว่าเดิม ผู้ใช้จึงสร้างงานเขียนร่วมกับ Siri ได้ในแทบทุกที่ที่พิมพ์ ผู้ใช้สามารถอธิบายสิ่งที่ต้องการแล้ว Siri ก็จะเริ่มเขียนโครงร่างให้ตั้งแต่ต้น เพื่อการนำไปต่อยอด หากผู้ใช้ต้องการปรับแก้ข้อความที่เขียนไว้ ก็สามารถอธิบายสิ่งที่อยากเปลี่ยน แล้ว Siri ก็จะช่วยอัปเดตให้อย่างรวดเร็ว
เมื่อใช้งานในแอปเมลหรือข้อความ Siri ยังสามารถปรับสไตล์การเขียนให้สะท้อนตัวตนของผู้ใช้เวลาที่คุยกับผู้รับแต่ละคนได้ด้วย รวมถึงการใช้เครื่องหมายวรรคตอนหรือโทนเสียงในแบบที่ใช้เป็นประจำ ตัวอย่างเช่น หากผู้ใช้มักจะส่งหัวข้อย่อให้ผู้จัดการ นั่นคือสิ่งที่จะปรากฏขึ้นเมื่อพวกเขาเขียนอีเมลด้วย Siri Siri ยังสามารถให้คำแนะนำและข้อเสนอแนะเพื่อปรับปรุงงานเขียนของพวกเขาได้ด้วย ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้ Siri จะพิสูจน์อักษรให้ผู้ใช้โดยอัตโนมัติในขณะที่พิมพ์ผ่านระบบ รวมถึงในแอปของบุคคลที่สามส่วนใหญ่
ความสามารถเพิ่มเติมของ Apple Intelligence ทําให้แอปในชีวิตประจําวันชาญฉลาดขึ้น
Apple Intelligence เจเนอเรชั่นถัดไปยังนําคุณสมบัติใหม่ที่น่าตื่นเต้นมาสู่แอปที่ผู้ใช้พึ่งพาในทุกๆ วัน ซึ่งรวมถึงความสามารถในการแก้ไขที่น่าทึ่งในแอปรูปภาพ เครื่องมือที่จะเปลี่ยนวิธีที่ผู้ใช้เรียกดูเว็บใน Safari วิธีใหม่ในการปลุกจินตนาการของผู้ใช้ให้มีชีวิตใน Image Playground และอื่นๆ
ความพร้อมใช้งาน
- คุณสมบัติใหม่ๆ ของ Siri AI พร้อมให้นักพัฒนาทดสอบแล้วเริ่มตั้งแต่วันนี้ผ่านทาง Apple Developer Program ที่ developer.apple.com บน iOS 27, iPadOS 27, macOS 27 และ visionOS 27 Siri AI จะพร้อมให้นักพัฒนาทดสอบใน watchOS 27 รุ่นเบต้าในอนาคต
- Siri AI จะพร้อมให้ใช้งานในรุ่นเบต้าภายในปีนี้สำหรับผู้ใช้ที่ตั้งค่าอุปกรณ์ที่รองรับเป็นภาษาอังกฤษ และ Apple จะเร่งขยายการรองรับภาษาอื่นๆ เพิ่มเติม
- Apple Intelligence พร้อมให้ใช้งานโดยรองรับภาษาดังต่อไปนี้ ซึ่งได้แก่ ภาษาอังกฤษ, เดนมาร์ก, ดัตช์, ฝรั่งเศส, เยอรมัน, อิตาลี, นอร์เวย์, โปรตุเกส, สเปน, สวีเดน, ตุรกี, เวียดนาม, จีน (ตัวย่อ), จีน (ตัวเต็ม), ญี่ปุ่น และเกาหลี คุณสมบัติบางอย่างอาจใช้ไม่ได้ในบางภูมิภาคหรือบางภาษา ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ apple.com/apple-intelligence
- Apple Intelligence และ Siri AI ใน iOS 27, iPadOS 27, macOS 27, watchOS 27 และ visionOS 27 พร้อมให้ใช้งานบน iPhone 16 หรือใหม่กว่า, iPhone 15 Pro, iPhone 15 Pro Max, iPad mini (ชิป A17 Pro), iPad รุ่นต่างๆ ที่มีชิป M1 หรือใหม่กว่า, Mac รุ่นที่มีชิป M1 หรือใหม่กว่า, Apple Vision Pro, Apple Watch Series 10 หรือใหม่กว่า, Apple Watch Ultra 2 หรือใหม่กว่า และ Apple Watch SE 3 เมื่อจับคู่กับ iPhone ที่เปิดใช้งาน Apple Intelligence อยู่ใกล้ๆ
- ผู้ใช้ Mac, Apple Watch และ Apple Vision Pro ในสหภาพยุโรปจะสามารถเข้าถึง Siri AI ได้เมื่อตั้งค่าเป็นภาษาที่รองรับ ในช่วงแรก Siri AI จะยังไม่พร้อมใช้งานบน iOS และ iPadOS ในสหภาพยุโรป โดย Apple กำลังพยายามอย่างหนักในการหาหนทางรักษาความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของผู้ใช้ต่อไปในอนาคต
- Siri AI และคุณสมบัติใหม่อื่นๆ ของ Apple Intelligence จะยังไม่พร้อมใช้งานในประเทศจีน ในระหว่างที่ Apple กำลังดำเนินการตามข้อกำหนดด้านกฎระเบียบ
แชร์บทความ
Media
-
เนื้อหาของบทความนี้
-
รูปภาพในบทความนี้
- Apple Vision Pro วางจำหน่ายในออสเตรเลีย แคนาดา จีน ฝรั่งเศส เยอรมนี ฮ่องกง ญี่ปุ่น สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ไต้หวัน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกาหรัฐอเมริกา
- พร้อมเพิ่มความแม่นยำแบบก้าวกระโดดให้คุณสมบัติการป้อนตามคำบอกที่ครอบคลุมทั่วทั้งระบบปฏิบัติการ
- โมเดลบนอุปกรณ์ที่ทรงพลังที่สุดของ Apple พร้อมคุณสมบัติที่โมเดลขับเคลื่อน ไม่ว่าจะเป็นเสียงที่ถ่ายทอดอารมณ์ได้และการป้อนตามคำบอกที่ล้ำหน้าขึ้นจะใช้งานได้บน iPhone Air, iPhone 17 Pro, iPhone 17 Pro Max, iPad (ชิป M4) และรุ่นใหม่กว่าที่มีหน่วยความจำ อย่างน้อย 12GB และ Mac (ชิป M3) และรุ่นใหม่กว่าที่มีหน่วยความจำอย่างน้อย 12GB อีกทั้งยังมีโมเดลและเสียงที่สื่ออารมณ์ความรู้สึกได้บน Apple Vision Pro (ชิป M5) อีกด้วย