เปิดในหน้าต่างใหม่
ข่าวประชาสัมพันธ์ 9 มิถุนายน 2569

WWDC26: Apple เปิดตัว Apple Intelligence เจเนอเรชั่นถัดไป, Siri AI, การควบคุมโดยผู้ปกครองที่ทรงพลัง และชุดการปรับปรุงซอฟต์แวร์ที่ครอบคลุม

ภาพแสดง Apple Vision Pro, MacBook, iPad, iPhone, Apple Watch และ Apple TV
ที่ WWDC26 Apple เปิดตัว Apple Intelligence เจเนอเรชั่นถัดไป, Siri AI, การควบคุมโดยผู้ปกครองที่ทรงพลัง และการปรับปรุงซอฟต์แวร์ที่ครอบคลุมทั้ง iOS, iPadOS, macOS, watchOS, visionOS และ tvOS
คูเปอร์ติโน รัฐแคลิฟอร์เนีย วันนี้ ในระหว่างงาน Worldwide Developers Conference Apple ได้เผยตัวอย่างซอฟต์แวร์รุ่นที่กำลังจะเปิดตัว ซึ่งจะนำเสนอ Apple Intelligenceเจเนอเรชั่นถัดไปและเปิดตัว Siri AI ซึ่งเป็น Siri เวอร์ชั่นใหม่หมดที่ชาญฉลาด มีความรอบรู้ และมากความสามารถกว่าเดิมอย่างชัดเจน นอกจากนี้ การเปิดตัวครั้งนี้ยังนำเสนอฟีเจอร์ใหม่ที่ทรงพลังและใช้งานง่ายเพื่อช่วยให้ผู้ปกครองสร้างประสบการณ์ดิจิทัลที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก รวมถึงการปรับปรุงที่ยกระดับการออกแบบซอฟต์แวร์และประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ Apple ให้ดียิ่งขึ้น พร้อมทำให้ใช้งานได้ลื่นไหล น่าใช้งาน และง่ายขึ้นกว่าเดิมด้วย iOS 27, iPadOS 27, macOS 27, watchOS 27, visionOS 27 และ tvOS 27
"ผลิตภัณฑ์ Apple เป็นส่วนสำคัญในชีวิตของผู้คน และปีนี้เรากำลังนำความสามารถใหม่ที่ทรงพลังมาเสริมศักยภาพให้ผู้ใช้ของเราในอีกหลากหลายวิธี" Craig Federighi รองประธานอาวุโสฝ่ายวิศวกรรมซอฟต์แวร์ของ Apple กล่าว "เรากำลังนำ Apple Intelligence เจเนอเรชั่นถัดไปมาสู่แพลตฟอร์มต่างๆ ของเรา พร้อมทั้งเปิดตัว Siri AI ที่ชาญฉลาด รอบรู้ และมากความสามารถยิ่งขึ้น การขยายขอบเขตคุณสมบัติด้านความปลอดภัยของเด็กๆ ด้วยเครื่องมือใหม่ๆ ที่ใช้งานง่ายสำหรับครอบครัว และการทำให้แพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ของเราเร็วขึ้น เสถียรขึ้น และเพลิดเพลินยิ่งกว่าที่เคย"

Apple Intelligence เจเนอเรชั่นถัดไปและประสบการณ์ Siri แบบใหม่หมด

ด้วยสถาปัตยกรรมใหม่ที่ล้ำสมัยซึ่งออกแบบมาเพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้โดยเฉพาะ Apple Intelligence เจเนอเรชั่นถัดไปจึงขับเคลื่อน Siri AI และนำฟีเจอร์ใหม่ที่มีประโยชน์มาสู่แอปที่ผู้ใช้พึ่งพาในชีวิตประจำวัน
Siri AI เป็น Siri เวอร์ชั่นใหม่หมดที่ผสานรวมเข้ากับทุกส่วนของ iPhone, iPad, Mac, Apple Watch และ Apple Vision Pro1 โดยสามารถดึงข้อมูลจากการทำความเข้าใจบริบทส่วนตัวเพื่อค้นหาข้ามข้อความ อีเมล รูปภาพ และอื่นๆ รวมถึงดำเนินการต่างๆ ข้ามแอปในระดับระบบที่มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ Siri AI ยังสามารถตอบคำถามที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาบนหน้าจอของผู้ใช้ หรือค้นหาข้อมูลจากเว็บเพื่อรับข้อมูลที่เป็นปัจจุบันโดยใช้ความรู้รอบด้านในวงกว้าง และสร้างคำตอบที่เป็นประโยชน์ แอป Siri โดยเฉพาะช่วยให้ผู้ใช้สามารถย้อนดูการสนทนาที่ผ่านมาหรือเริ่มการสนทนาใหม่ได้ในที่เดียว และใช้ iCloud เพื่อซิงค์ประวัติการสนทนาอย่างเป็นส่วนตัวข้ามผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของผู้ใช้
Apple Intelligence เจเนอเรชั่นถัดไปเป็นขุมพลังให้กับคุณสมบัติใหม่ที่น่าทึ่งในแอปต่างๆ ทั่วทั้งระบบ คุณสมบัติ Spatial Reframing ในแอปรูปภาพช่วยให้ผู้ใช้สามารถปรับองค์ประกอบของภาพถ่ายหลังจากที่ถ่ายไปแล้วได้
นอกเหนือจาก Siri AI แล้ว Apple Intelligence เจเนอเรชั่นถัดไปยังขับเคลื่อนคุณสมบัติใหม่ๆ อันยอดเยี่ยมในแอปต่างๆ ทั่วทั้งระบบ เพื่อทำให้สิ่งต่างๆ ที่ผู้ใช้ทำในชีวิตประจำวันเป็นเรื่องง่ายขึ้น เช่น การปรับแต่งภาพถ่ายในแอปรูปภาพ การท่องเว็บสลับไปมาหลายแถบใน Safari การแสดงความคิดสร้างสรรค์ด้วย Image Playground การสื่อสารในแอปข้อความและเมล และอื่นๆ อีกมากมาย

การควบคุมโดยผู้ปกครองแบบใหม่ และการอัปเดตครั้งสำคัญสำหรับเวลาหน้าจอ

ฟีเจอร์ใหม่ที่ทรงพลัง ใช้งานง่าย และเข้าใจได้ทันที ช่วยให้ผู้ปกครองจัดการเนื้อหาที่บุตรหลานสามารถเข้าถึงได้ บุคคลที่สามารถพูดคุยด้วยได้ และเวลาที่สามารถใช้งานแอปต่างๆ ได้ โดยผู้ปกครองสามารถเปิดใช้งานการปกป้องที่เหมาะสมกับวัยทั่วทั้งระบบได้ทันทีโดยการตั้งค่าบัญชีสำหรับเด็ก และยังมีผู้ช่วยตั้งค่าที่ให้ผู้ปกครองเลือกได้เลยว่าจะให้ใช้งานแอปใดได้บ้าง และควบคุมแอปที่จะเพิ่มเข้ามาในอนาคตได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติด้านความปลอดภัยในการสื่อสารที่ให้ผู้ปกครองกำหนดได้ว่าต้องมีการขออนุมัติผู้ติดต่อใหม่ทุกรายที่บุตรหลานเชื่อมต่อด้วย และเปิดใช้งานการแทรกแซงโดยอัตโนมัติหากมีการแชร์คอนเทนต์ที่โจ่งแจ้งหรือรุนแรง
เครื่องมือใหม่ๆ ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างนิสัยการใช้เวลาบนหน้าจอที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น จะช่วยให้การกำหนดเวลาอนุญาตใช้งานรวมในแต่ละวันสำหรับแอปความบันเทิง เกม และโซเชียลมีเดียกลายเป็นเรื่องง่าย โดยมีการแนะนำเวลาอนุญาตใช้งานในแต่ละวันตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญด้านคลินิกและพัฒนาการเด็กชั้นนำ เพื่อให้ผู้ปกครองใช้เป็นจุดเริ่มต้นที่มีประโยชน์ได้ นอกจากนี้ยังมีตารางเวลาที่ให้ผู้ปกครองจัดการได้ว่าลูกๆ สามารถเข้าถึงแอปใดได้บ้างในแต่ละช่วงเวลาของวัน ส่วนเวลาหน้าจอก็ได้รับการออกแบบใหม่ให้ใช้งานง่ายขึ้นสำหรับผู้ปกครอง โดยมีมุมมองที่สรุปภาพรวมการใช้งานอุปกรณ์โดยเฉลี่ยและแอปยอดนิยมของลูกๆ ได้อย่างรวดเร็ว
เพื่อช่วยให้ผู้ปกครองได้รับข้อมูลและเรียนรู้เพิ่มเติม Apple ได้เปิดตัวเว็บไซต์เฉพาะที่รวบรวมเครื่องมือล่าสุด แหล่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์ และคำตอบสำหรับคำถามที่พบบ่อย เช่น วิธีเริ่มต้นใช้งาน

ประสบการณ์ที่รวดเร็ว เสถียร และเพลิดเพลินยิ่งขึ้นในทุกแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์

ซอฟต์แวร์รุ่นที่เปิดตัวในปี 2027 นี้จะทำให้ผลิตภัณฑ์ของ Apple ตอบสนองได้รวดเร็ว น่าเชื่อถือ และน่าประทับใจยิ่งขึ้น ผ่านการปรับแต่งดีไซน์ การปรับปรุงประสิทธิภาพ ตลอดจนการยกระดับวิธีการทำงาน การสื่อสาร การแชร์ความทรงจำ การเพลิดเพลินกับเสียงเพลงด้วย AirPods การติดตามสุขภาพ และอีกมากมายของผู้ใช้
การปรับปรุงในทุกแพลตฟอร์มจะช่วยผลักดันความสามารถหลักๆ ของระบบให้ล้ำหน้ายิ่งขึ้น เพื่อให้การทำงานในแต่ละวันรู้สึกเร็วขึ้น ราบรื่นขึ้น และน่าเพลิดเพลินยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น แอปบน iPhone และ iPad จะเปิดใช้งานได้เร็วขึ้นสูงสุด 30%รูปภาพจะโหลดเร็วขึ้นสูงสุด 70%3  หลังจากถ่าย และการถ่ายโอนผ่าน AirDrop จะเร็วขึ้นสูงสุด 80%4 การเปลี่ยนผ่านระหว่างเครือข่าย การสลับไปมาระหว่างเครือข่ายเซลลูลาร์และ Wi-Fi จะลื่นไหลยิ่งกว่าที่เคย และการท่องเว็บหรือถ่ายโอนไฟล์ระหว่างไดรฟ์ภายนอกและ iPad ก็เร็วขึ้นสูงสุด 5 เท่า หรือเร็วพอๆ กับ Finder บน Mac เลยทีเดียว5 ในส่วนของ Spotlight แอปรูปภาพ และเมลนั้น มีการออกแบบประสบการณ์การค้นหาขึ้นใหม่หมดเพื่อให้มีความเสถียรและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อช่วยให้ผู้ใช้ค้นหาสิ่งที่ต้องการได้อย่างแม่นยำ และในแอปเมลยังมีระบบจัดอันดับแบบใหม่หมดที่จะแสดงผลลัพธ์ใน Top Hits ได้ตรงใจมากยิ่งขึ้นด้วย
ซอฟต์แวร์ได้รับการปรับแต่งดีไซน์เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ชัดเจนและเข้าถึงได้ง่ายขึ้นในแอปและแพลตฟอร์มต่างๆ โดยมีแถบเลื่อนใหม่ในการตั้งค่าที่จะช่วยให้ผู้ใช้มีตัวเลือกในการปรับแต่ง Liquid Glass โดยสามารถปรับได้ตั้งแต่แบบใสเป็นพิเศษ ไปจนถึงการย้อมสีเต็มรูปแบบตามความต้องการ และไอคอนแอปยังได้รับการอัปเดตให้มีความคมชัดและมีมิติมากขึ้นด้วย ส่วนบน Mac ก็มีการอัปเดตเพื่อนำหัวใจสำคัญของดีไซน์ macOS ที่ผู้ใช้ชื่นชอบมาโดยตลอดกลับมารวมเข้าไว้ด้วยกัน ทั้งแถบเครื่องมือที่มีความสม่ำเสมอกันมากขึ้นที่ด้านบนของแอป แถบด้านข้างแบบขอบจรดขอบ ไอคอนในแถบด้านข้างแบบมีสีสัน และอีกมากมาย
อีกหลายคุณสมบัติที่จะได้พบภายในปีนี้
  • คลังรูปภาพที่แชร์ของ iCloud นำเสนอการแชร์รูปภาพข้ามแพลตฟอร์มพร้อมรองรับความละเอียดเต็มรูปแบบ
  • แอปสุขภาพเพิ่มการรองรับช่วงใกล้หมดประจำเดือน และวัยหมดประจำเดือนในคุณสมบัติการติดตามรอบเดือน รวมถึงการแจ้งเตือนเกี่ยวกับความคลาดเคลื่อนของรอบเดือนที่ครอบคลุมถึงช่วงใกล้หมดประจำเดือนด้วย6
  • บน Apple Watch จะมีตารางแอปแบบไดนามิกใหม่ที่แสดงไอคอนของ 5 แอปที่แนะนำโดย Siri นอกจากนี้ผู้ใช้ยังสามารถเปิดวิดเจ็ตในวิดเจ็ตซ้อนอัจฉริยะได้ด้วยการแตะแบบใหม่ พร้อมด้วยแอปค้นหาของฉันใหม่บน Apple Watch ซึ่งรวมการค้นหาอุปกรณ์ ค้นหาสิ่งของ และค้นหาผู้คนเข้าไว้ด้วยกัน
  • ผู้ใช้ AirPods สามารถกำหนด EQ เองเพื่อปรับแต่งเสียงของ AirPods ให้ถูกใจมากยิ่งขึ้น และยังมีการขยายฟังก์ชั่นการทำงานของ Apple GymKit เพื่อให้ผู้ใช้ AirPods Pro 3 สามารถซิงค์ข้อมูลอัตราการเต้นของหัวใจผ่าน iPhone โดยยังคงเพลิดเพลินไปกับคุณภาพเสียงที่ยอดเยี่ยมได้
  • วันนี้ผู้ใช้ Apple Vision Proสามารถเปลี่ยนภาพถ่ายพาโนรามาให้กลายเป็นฉากเชิงมิติพื้นที่และนำไปใช้เป็นสภาพแวดล้อมส่วนตัวได้ ขณะที่การเชื่อมต่อ Wi-Fi นั้นเร็วขึ้นสูงสุด 3 เท่า
  • Apple Maps มอบประสบการณ์ Flyover ที่ดียิ่งขึ้น โดยผสมผสานภาพถ่ายทางอากาศเข้ากับ AI เพื่อให้ผู้ใช้ได้เพลิดเพลินกับภาพที่มีรายละเอียดมากขึ้น
ความพร้อมใช้งาน
  • คุณสมบัติใหม่ๆ เหล่านี้พร้อมให้ทดสอบแล้วเริ่มตั้งแต่วันนี้ผ่านทาง Apple Developer Program ที่ developer.apple.com และจะสามารถใช้งานรุ่นเบต้าสำหรับบุคคลทั่วไปผ่านทาง Apple Beta Software Program ในเดือนหน้าที่ beta.apple.com คุณสมบัติด้านซอฟต์แวร์ใหม่ๆ จะพร้อมให้ใช้งานในรูปแบบของการอัปเดตซอฟต์แวร์ฟรีภายในปีนี้ ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ apple.com/ios, apple.com/ipados, apple.com/macos, apple.com/watchos, apple.com/tvos และ apple.com/visionos
  • ผู้ใช้ที่เปิดใช้งาน Apple Intelligence บนผลิตภัณฑ์ที่รองรับซึ่งตั้งค่าเป็นภาษาที่รองรับ จะสามารถเข้าถึงคุณสมบัติต่างๆ ได้ภายในปีนี้ โดยจะมาพร้อมกับ iOS 27, iPadOS 27, macOS 27, watchOS 27 และ visionOS 27
  • Apple Intelligence พร้อมให้ใช้งานโดยรองรับภาษาดังต่อไปนี้ ซึ่งได้แก่ ภาษาอังกฤษ, เดนมาร์ก, ดัตช์, ฝรั่งเศส, เยอรมัน, อิตาลี, นอร์เวย์, โปรตุเกส, สเปน, สวีเดน, ตุรกี, เวียดนาม, จีน (ตัวย่อ), จีน (ตัวเต็ม), ญี่ปุ่น และเกาหลี คุณสมบัติบางอย่างอาจใช้ไม่ได้ในบางภูมิภาคหรือบางภาษา ดูความพร้อมใช้งานของคุณสมบัติและภาษารวมถึงข้อกำหนดของระบบได้ที่ apple.com/apple-intelligence
  • Apple Intelligence และ Siri AI ใน iOS 27, iPadOS 27, macOS 27, watchOS 27 และ visionOS 27 พร้อมให้ใช้งานบน iPhone 16 หรือใหม่กว่า, iPhone 15 Pro, iPhone 15 Pro Max, iPad mini (ชิป A17 Pro), iPad รุ่นต่างๆ ที่มีชิป M1 หรือใหม่กว่า, Mac รุ่นที่มีชิป M1 หรือใหม่กว่า, Apple Vision Pro, Apple Watch Series 10 หรือใหม่กว่า, Apple Watch Ultra 2 หรือใหม่กว่า และ Apple Watch SE 3 เมื่อจับคู่กับ iPhone ที่รองรับ Apple Intelligence ที่อยู่ใกล้เคียง
  • คุณสมบัติ Apple Intelligence บางประเภท อย่างการสร้างภาพ จะมีขีดจำกัดการใช้งานในแต่ละวัน เนื่องจากคุณสมบัติเหล่านี้พึ่งพาโมเดลเซิร์ฟเวอร์อันทรงพลัง และแผนการสมัครสมาชิก iCloud+ ส่วนใหญ่จะมาพร้อมกับสิทธิ์การเข้าถึงที่เพิ่มขึ้น ซึ่งรวมถึงการรองรับ Apple Intelligence สำหรับกล้อง Home ที่ใช้งานร่วมกันได้ด้วย
  • คุณสมบัติ Siri AI ใหม่พร้อมให้นักพัฒนาทดสอบแล้ววันนี้บน iOS 27, iPadOS 27, macOS 27 และ visionOS 27 Siri AI จะพร้อมให้นักพัฒนาทดสอบใน watchOS 27 รุ่นเบต้าในอนาคต
  • Siri AI จะพร้อมให้ใช้งานในรุ่นเบต้าภายในปีนี้สำหรับผู้ใช้ที่ตั้งค่าอุปกรณ์ที่รองรับเป็นภาษาอังกฤษ และ Apple จะเร่งขยายการรองรับภาษาอื่นๆ เพิ่มเติม
  • ผู้ใช้ Mac, Apple Watch และ Apple Vision Proในสหภาพยุโรปจะสามารถเข้าถึง Siri AI ได้เมื่อตั้งค่าเป็นภาษาที่รองรับ ในช่วงแรก Siri AI จะยังไม่พร้อมใช้งานบน iOS และ iPadOS ในสหภาพยุโรป
  • Siri AI และคุณสมบัติใหม่อื่นๆ ของ Apple Intelligence จะยังไม่พร้อมใช้งานในประเทศจีน ในระหว่างที่ Apple กำลังดำเนินการตามข้อกำหนดด้านกฎระเบียบ
  • คุณสมบัติอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ คุณสมบัติบางประเภทอาจใช้ไม่ได้ในบางภาษาหรือบางภูมิภาค และความพร้อมใช้งานอาจแตกต่างกันไปตามกฎหมายและข้อกำหนดในพื้นที่ ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความพร้อมใช้งานได้ที่ apple.com
แชร์บทความ

Media

  • เนื้อหาของบทความนี้

  • รูปภาพในบทความนี้

  1. Apple Vision Pro วางจำหน่ายในออสเตรเลีย แคนาดา จีน ฝรั่งเศส เยอรมนี ฮ่องกง ญี่ปุ่น สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ไต้หวัน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา
  2. Apple ทำการทดสอบในเดือนเมษายนและพฤษภาคม 2026 โดยใช้ iPhone 11 Pro Max ที่มี iOS 26.4.2 และ iOS 27 เวอร์ชั่นก่อนเปิดให้ใช้งานจริง ประสิทธิภาพการเปิดแอปวัดหลังจากการใช้งานอุปกรณ์วนไปหลายรอบ ประสิทธิภาพจะแตกต่างกันไปโดยขึ้นอยู่กับการกำหนดค่า การตั้งค่า เนื้อหา การใช้งาน เวอร์ชั่นของซอฟต์แวร์ สภาพแวดล้อม และปัจจัยอื่นๆ
  3. Apple ทำการทดสอบในเดือนเมษายนและพฤษภาคม 2026 โดยใช้ iPhone 15 ที่มี iOS 26.4.2 และ iOS 27 เวอร์ชั่นก่อนเปิดให้ใช้งานจริง แอปรูปภาพได้รับการทดสอบโดยใช้คลังรูปภาพขนาด 50,000 ภาพ และถ่ายภาพแต่ละภาพเพิ่มเติมด้วยแอปกล้อง ประสิทธิภาพจะแตกต่างกันไปโดยขึ้นอยู่กับการกำหนดค่า การตั้งค่า เนื้อหา การใช้งาน เวอร์ชั่นของซอฟต์แวร์ สภาพแวดล้อม และปัจจัยอื่นๆ
  4. Apple ทำการทดสอบในเดือนเมษายนและพฤษภาคม 2026 โดยใช้ iPhone 16 Plus ที่มี iOS 26.4.2 และ iOS 27 เวอร์ชั่นก่อนเปิดให้ใช้งานจริง AirDrop ได้รับการทดสอบโดยการถ่ายโอนรูปภาพหลายภาพรวม 30MB ระหว่างผู้ติดต่อที่อยู่ใกล้กันขณะที่ไม่ได้เชื่อมต่อกับเครือข่าย Wi-Fi ประสิทธิภาพจะแตกต่างกันไปโดยขึ้นอยู่กับการกำหนดค่า การตั้งค่า เนื้อหา การใช้งาน เวอร์ชั่นของซอฟต์แวร์ สภาพแวดล้อม และปัจจัยอื่นๆ
  5. Apple ทำการทดสอบในเดือนเมษายนและพฤษภาคม 2026 โดยใช้ iPad Pro รุ่น 11 นิ้ว (ชิป M4) ที่มี iPadOS 26.4.2 และ iPadOS 27 เวอร์ชั่นก่อนเปิดให้ใช้งานจริง และไดรฟ์ SSD ภายนอกแบบ USB4 ที่ฟอร์แมตในรูปแบบ APFS แอปไฟล์ได้รับการทดสอบโดยใช้ไฟล์ JPG จำนวน 10,000 ไฟล์ โดยการเลือกดูและคัดลอกจาก iPad ไปยังไดรฟ์ภายนอก ประสิทธิภาพจะแตกต่างกันไปโดยขึ้นอยู่กับการกำหนดค่า การตั้งค่า เนื้อหา การใช้งาน เวอร์ชั่นของซอฟต์แวร์ สภาพแวดล้อม และปัจจัยอื่นๆ
  6. ไม่ควรใช้แอปการติดตามรอบเดือนเพื่อการคุมกำเนิดหรือวินิจฉัยสภาวะสุขภาพของร่างกาย

สื่อมวลชน

ช่องทางให้ความช่วยเหลือของ Apple สำหรับสื่อมวลชน

media.thailand@apple.com